หมวดที่ 2เรื่องที่ 44 จาก 86หน้า 119
เหตุใดลูกน้องจึงทำไม่ได้ตามที่คุณคาดหวัง
แยก “ไม่ทำ” ออกจาก “ทำไม่เป็น”
- ทำได้ไม่ใช่ปัญหาฝีมือ
แก้ที่ระบบและตัวหัวหน้า
- ไม่รู้ว่าคาดหวังอะไร
→ บอกเป้าและหน้าตางานที่เสร็จให้ชัด
- ติดอุปสรรค
ขาดเวลา ข้อมูล หรือเครื่องมือ → ปลดล็อกให้
- ทำดีแล้วไม่ได้ดี
ทำดีโดนงานเพิ่ม ทำไม่ดีก็ไม่เป็นไร → ปรับให้ทำดีแล้วได้ดี
- ไม่รู้ว่าพลาด
ไม่มีใครบอกผล → ให้ฟีดแบ็กเร็วและบ่อย
- ทำไม่ได้ปัญหาฝีมือ
สอน ฝึก หรือปรับงาน
- เคยทำได้ แต่ห่างมือ
→ ให้ซ้อม หรือมีเช็กลิสต์ช่วย
- ไม่เคยเรียน
→ สอน ทำให้ดู แล้วให้ลองทำ
- งานซับซ้อนเกินไป
→ แบ่งงานให้ง่ายลง หรือทำคู่มือ
- ไม่เหมาะกับงานนี้
→ หางานที่เข้ากับจุดแข็งของเขา
ดัดแปลงจากแผนผังวิเคราะห์ปัญหาผลงานของ Mager & Pipe (1970)
ตัวอย่าง: PM โปรเจกต์ระบบเคลมออนไลน์ของบริษัทประกันบอกน้องโบว์ QA คนใหม่ว่า “ทดสอบให้ละเอียดนะ” น้องโบว์เพิ่งย้ายมาจากทีมแอปจองคิว ซึ่งทดสอบทุกหน้าจอก่อนปล่อยเวอร์ชันใหม่ทุกสปรินต์ เธอจึงเขียนกรณีทดสอบ 400 ข้อ ใช้เวลา 8 วัน จนการให้ลูกค้าทดสอบรับงาน (UAT) ต้องเลื่อน ทั้งที่ PM อยากได้แค่ 30 เคสหลักของการเคลม เช่น ยื่นเคลม แนบรูป อนุมัติจ่าย ให้ผ่านภายใน 3 วัน ก่อนลูกค้าเริ่ม UAT วันจันทร์ ถ้ารู้เป้านี้ เธอก็ทำได้ ปัญหาจึงอยู่ที่กิ่ง “ไม่รู้ว่าคาดหวังอะไร” และคนที่ต้องแก้คือ PM: เขียนให้ชัดว่างานที่เสร็จแล้วต้องเป็นแบบไหน
ก่อนเรียกลูกน้องมาคุย
หัวข้อที่มีชื่อว่า “ก่อนเรียกลูกน้องมาคุย”- ตอบคำถามแยกทางเองก่อน ดูจากหลักฐาน เช่น เขาเคยทำงานนี้ได้ดีไหม ไม่ใช่จากความรู้สึก
- อย่าส่งไปอบรมถ้าคำตอบคือ “ทำได้” การอบรมแก้ไม่ตรงจุด ให้แก้ตามกิ่งสีส้มแทน
- เปิดด้วยคำถาม ไม่ใช่คำกล่าวหา เช่น “งานนี้ติดตรงไหน” แทน “ทำไมไม่ทำให้ดี”
- ตกลงวิธีแก้ 1 อย่าง แล้วนัดดูผล เช่น อีก 1 สปรินต์กลับมาดูตัวเลขด้วยกัน
อ่านต่อ: ทำไมนำทีมไม่ได้ผล · 4 ขั้นปลุกไฟพนักงาน · 8 ขั้นตอนมอบหมายงาน