ข้ามไปยังเนื้อหา

หมวดที่ 1เรื่องที่ 19 จาก 38หน้า 045

สร้างกรอบความคิดการบริหารแบบวงจรปิดที่มีประสิทธิภาพ

คนที่หัวหน้าไว้วางใจคือคนที่ “ฝากเรื่องไว้แล้วไม่ต้องตาม” กรอบคิดแบบวงจรปิดคือการถือว่าเรื่องที่รับมาเป็นความรับผิดชอบของเรา จนกว่าจะปิดจบและแจ้งกลับคนที่ขอ
คุณคิดแบบวงจรไหน
คิดแบบวงจรเปิด
คิดแบบวงจรปิด
คิดแบบวงจรเปิด รวมโค้ดเข้าโค้ดหลัก (merge) แล้วถือว่างานจบ
คิดแบบวงจรปิด ขึ้นระบบจริงแล้วเช็กต่อว่าผู้ใช้ใช้ได้จริงไหม
คิดแบบวงจรเปิด รับปากลูกค้าในกลุ่ม LINE โปรเจกต์แล้วเงียบ รอให้ใครมาถาม
คิดแบบวงจรปิด แจ้งความคืบหน้าเองตามเวลาที่ตกลง
คิดแบบวงจรเปิด รู้ว่าประมาณการเวลาพลาด แต่เก็บไว้บอกตอนใกล้วันให้ลูกค้าทดสอบรับงาน
คิดแบบวงจรปิด เห็นความเสี่ยงก็บอก PM ทันที พร้อมทางเลือก
คิดแบบวงจรเปิด อ่านเรื่องแจ้งปัญหา (ticket) แล้วไม่ตอบ เพราะยังหาสาเหตุไม่เจอ
คิดแบบวงจรปิด ตอบรับก่อน และบอกว่าจะได้คำตอบเมื่อไร
คิดแบบวงจรเปิด แก้บั๊กด่วนแล้วลืม
คิดแบบวงจรปิด แก้แล้วหาสาเหตุ เขียนสรุปบทเรียนกันเกิดซ้ำ

ตัวอย่าง: 9 โมงเช้าวันที่ 26 วันถัดจากวันจ่ายเงินเดือน PO ระบบเงินเดือนถามในกลุ่ม LINE ของทีมว่า “รอบปิดเงินเดือนเมื่อวาน มีบริษัทลูกค้าแจ้งว่ายอดหักประกันสังคมผิดกี่ราย” นักพัฒนาที่คิดแบบวงจรเปิดอ่านแล้วเงียบเพราะยังไม่มีตัวเลข จน PO ต้องถามซ้ำหลังพักเที่ยง คนที่คิดแบบวงจรปิดตอบทันทีว่า “รับทราบ ขอไล่ดู ticket ก่อน จะแจ้งภายใน 11 โมง” แล้วตอน 10:40 ก็ส่งมาว่า “12 ราย จาก 640 บริษัทที่ปิดรอบเมื่อวาน สาเหตุคือยังตั้งเพดานค่าจ้างแบบเก่าไว้ แก้แล้ว 9 ราย อีก 3 รายเสร็จก่อนเที่ยง”

  • ตอบรับภายในวันเดียวกัน ทุกเรื่องที่มีคนขอ แม้ยังไม่มีคำตอบ
  • จบประชุมด้วย ใคร–ทำอะไร–เสร็จเมื่อไร ทุกครั้ง รวมถึงประชุมกับลูกค้า ถ้าไม่มีเจ้าของงาน เรื่องนั้นจะไม่มีใครทำ
  • จดสิ่งที่รับปากไว้ในที่เดียว แล้วไล่ดูก่อนเลิกงานทุกวัน
  • ส่งต่อ ticket ก็ต้องแจ้ง เมื่อโอนเรื่องให้ทีมอื่น บอกคนที่แจ้งมาว่าเรื่องอยู่กับใครแล้ว อย่าปล่อยให้หายระหว่างทาง

อ่านต่อ: บริหารงานแบบวงจรปิด · รายงานเพื่อสร้างความไว้วางใจ · กล้ารับผิดชอบ