หมวดที่ 2เรื่องที่ 57 จาก 86หน้า 132
นำทีมไม่ได้ผล อาจเป็นเพราะคุณยังทำสิ่งเหล่านี้ไม่ครบ
- ไม่รู้ว่าเป้าคืออะไร
- เข้าใจเป้าไม่ตรงกัน
- เป้าเปลี่ยนบ่อย
- ไม่ชัดว่าใครทำอะไร
- ไม่รู้ว่าใครตัดสินใจเรื่องไหน
- มอบหมายงานแต่ไม่สอน
- ขาดเครื่องมือ เวลา หรืองบ
- สั่งแล้วหาย
- ไม่มีจุดตรวจ
- ทำดีกับไม่ดีได้เท่ากัน
- ไม่เห็นว่างานสำคัญ
- ทุ่มเทแล้วไม่มีใครเห็น
- พูดอย่างทำอย่าง
- ไม่รักษาคำพูด
- ไม่ปกป้องทีม
ผังนี้เรียบเรียงไว้ใช้วินิจฉัย ไม่ใช่โมเดลที่มีชื่อ แต่สอดคล้องกับงานวิจัยเรื่องทีมของ J. Richard Hackman ใน Leading Teams (2002) ที่ชี้ว่าทีมจะทำงานได้ผลเมื่อมีทิศทางที่ชัด โครงสร้างที่เอื้อ และการสนับสนุนที่เพียงพอ
ตัวอย่าง: การให้ลูกค้าทดสอบรับงาน (UAT) ของโปรเจกต์ระบบติดตามพัสดุให้บริษัทขนส่งแห่งหนึ่งค้างมา 3 สัปดาห์ ทั้งที่ PM ทวงในกลุ่ม LINE ทุกวัน พอถามทีละฝ่ายจึงพบว่าไม่มีใครรู้ว่าฝั่งลูกค้าใครเป็นคนเซ็นรับงาน ฝ่ายปฏิบัติการรอฝ่ายไอที ฝ่ายไอทีรอผู้บริหาร ส่วนในทีมเราเอง BA ก็รับปากแก้ตามที่แต่ละฝ่ายขอ งานจึงงอกทุกรอบ ห่วงที่ขาดคือ บทบาท ไม่ใช่ การติดตาม พอตกลงกับลูกค้าว่าผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการเป็นคนเซ็นรับคนเดียว ความเห็นจากฝ่ายอื่นส่งผ่านเขา และคำขอแก้ทุกข้อต้องผ่าน PM เพื่อเปิดเป็นคำขอเปลี่ยนแปลง (CR) ลูกค้าก็เซ็นรับงานได้ภายใน 1 สัปดาห์
ทีมชุดเดียวกันนี้ปล่อยเวอร์ชันใหม่ของแอปจองคิวได้ตรงทุกสปรินต์ เพราะฝั่งนั้นบทบาทชัดอยู่แล้ว PO ตัดสินว่างานไหนเข้ารอบ และ Tech Lead ตัดสินว่าปล่อยได้ไหม
เริ่มซ่อมจากห่วงไหน
หัวข้อที่มีชื่อว่า “เริ่มซ่อมจากห่วงไหน”- ซ่อมสองห่วงแรกก่อน ถ้าทิศทางหรือบทบาทยังไม่ชัด ห่วงอื่นทำดีแค่ไหนก็ไม่ได้ผล
- ถามทีม อย่าเดา ถามลูกทีม 3 คนแยกกันว่า “เป้าหลักไตรมาสนี้คืออะไร” และ “เรื่องนี้ใครตัดสินใจ” ถ้าคำตอบไม่ตรงกัน ห่วงที่ขาดอยู่ตรงนั้น
- ดึงแรงขึ้นไม่ช่วย หัวหน้ามักแก้ด้วยวิธีที่ตัวเองถนัด เช่น ประชุมถี่ขึ้น แต่ถ้าห่วงที่ขาดอยู่ที่อื่น ดึงแรงแค่ไหนทีมก็ไม่ขยับ
อ่านต่อ: ทำไมลูกน้องทำไม่ได้ตามคาด · นำ ไม่ใช่ควบคุม · หลักปฏิบัติ 7 ข้อของผู้นำ