ข้ามไปยังเนื้อหา

หมวดที่ 1เรื่องที่ 4 จาก 38หน้า 017

เชื่อมเป้าหมายสู่การลงมือทำ: โมเดล GROW

เวลาลูกน้องติดปัญหา หัวหน้าหลายคนรีบบอกคำตอบ แต่โมเดล GROW ใช้คำถาม 4 ช่วงพาเขาคิดเอง ตั้งแต่เป้าหมายจนถึงก้าวแรกที่จะลงมือ เพราะคนมักทุ่มเทกับสิ่งที่ตัวเองเลือก มากกว่าสิ่งที่ถูกสั่ง
โมเดล GROW: 4 ช่วงคำถาม
  1. Goalตั้งเป้าหมาย

    ผลที่อยากได้ ชัดและวัดได้

    ตัวอย่าง“คุยจบอยากได้อะไร”
    “สำเร็จแล้วจะเห็นอะไร”

  2. Realityดูความจริง

    ข้อเท็จจริงและตัวเลขตอนนี้

    ตัวอย่าง“ตอนนี้ห่างเป้าแค่ไหน”
    “ลองอะไรไปแล้วบ้าง”

  3. Optionsหาทางเลือก

    หลายทาง ให้เขาคิดก่อน

    ตัวอย่าง“มีทางไหนอีกบ้าง”
    “ถ้าไม่มีข้อจำกัดเลยล่ะ”

  4. Willตัดสินใจลงมือ

    ก้าวแรก วันที่ และคนช่วย

    ตัวอย่าง“จะเริ่มอะไร เมื่อไร”
    “มั่นใจกี่คะแนนจาก 10”

โมเดลการโค้ชที่ John Whitmore ทำให้แพร่หลายในหนังสือ Coaching for Performance (1992)

ใช้ได้ทั้งตอนคุยตัวต่อตัวประจำเดือน ตอนติดตามงานระหว่างสปรินต์ หรือตอนน้องในทีมมาถามว่า “พี่ ทำยังไงดี” หัวใจคือ เปลี่ยนคำสั่งเป็นคำถาม ทีละช่วง เช่น เมื่อ PR (โค้ดที่ส่งให้เพื่อนรีวิว) ของน้องโดนตีกลับบ่อย

หัวหน้าที่สั่ง
หัวหน้าที่โค้ช
หัวหน้าที่สั่ง“PR โดนตีกลับอีกแล้ว ต้องเขียนโค้ดทดสอบให้ครบสิ”
หัวหน้าที่โค้ชG “เดือนหน้าอยากให้ PR ของน้องเป็นแบบไหน”
หัวหน้าที่สั่ง“ทำไมยังโดนตีกลับอีก”
หัวหน้าที่โค้ชR “ตอนนี้ผ่านรอบแรกกี่ PR ติดอยู่ตรงไหน”
หัวหน้าที่สั่ง“เขียนแบบที่พี่เขียนสิ”
หัวหน้าที่โค้ชO “มีทางไหนลองได้บ้าง ขอสัก 3 ทาง”
หัวหน้าที่สั่ง“สัปดาห์นี้ต้องผ่านนะ”
หัวหน้าที่โค้ชW “ก้าวแรกคืออะไร ให้พี่ช่วยอะไรไหม”
  • ถามปลายเปิด ใช้ “อะไร” “อย่างไร” “แค่ไหน” เลี่ยง “ทำไมคุณ…” ที่ฟังเหมือนจับผิด
  • ให้เขาพูดมากกว่าคุณ ถามแล้วรอ ความเงียบสั้น ๆ คือเวลาที่เขากำลังคิด
  • เสนอความคิดของคุณทีหลัง เมื่อเขาคิดจนหมดแล้ว และเสนอเป็นทางเลือกหนึ่ง ไม่ใช่คำสั่ง
  • ช่วง G ถ้าเป้ายังกว้าง ใช้ หลัก SMART ช่วยให้ชัด

น้องฟ้า นักพัฒนาฝั่ง backend ปีแรก ส่ง PR แต่ละครั้งต้องแก้เฉลี่ย 3 รอบกว่าจะผ่านรีวิวโค้ด พี่นก Tech Lead จึงชวนคุยตัวต่อตัวด้วยคำถามแบบ “หัวหน้าที่โค้ช” ได้คำตอบแบบนี้

  • G: ภายในสิ้นเดือนหน้า อยากให้ PR ผ่านรีวิวรอบแรก 7 ใน 10
  • R: เดือนนี้เปิด 12 PR ผ่านรอบแรกแค่ 2 ส่วนใหญ่ขาดโค้ดทดสอบ เพราะครึ่งสัปดาห์เธอต้องรีบส่งงานให้ทันรอบที่ลูกค้าทดสอบรับงาน (UAT) ของโปรเจกต์ระบบขอใบอนุญาตออนไลน์ของหน่วยงานรัฐ ส่วนอีกครึ่งสัปดาห์ต้องทำงานในสปรินต์ระบบเงินเดือน และคนรีวิวสองฝั่งคาดหวังไม่เหมือนกัน
  • O: ทำเช็กลิสต์ไล่ดูก่อนเปิด PR แตก PR ให้เล็กลง หรือนั่งเขียนโค้ดคู่กับรุ่นพี่
  • W: ใช้เช็กลิสต์ 5 ข้อตั้งแต่พรุ่งนี้ ขอพี่นกนั่งเขียนโค้ดคู่ 30 นาทีวันพุธ มั่นใจ 7 จาก 10

พี่นกไม่ได้บอกวิธีสักคำ แต่น้องฟ้าได้แผนชัดเจนที่เธอคิดขึ้นเอง ถ้าคะแนนความมั่นใจต่ำ ให้ถามว่าอะไรจะทำให้มั่นใจขึ้น หรือแบ่งก้าวแรกให้เล็กลง

  • อย่ารีบข้ามไปหาทางแก้ ถ้ายังไม่เห็นความจริงชัด ทางเลือกมักผิดจุด
  • ไม่ใช่ทุกเรื่องต้องโค้ช ระบบล่มกลางดึกหรือเจอช่องโหว่ความปลอดภัย สั่งตรง ๆ ได้เลย GROW เหมาะกับเรื่องที่เขาคิดเองได้และมีเวลาคุย
  • จบด้วยก้าวแรกและวันที่ ถ้าจบแค่ “จะพยายาม” แปลว่ายังไม่ถึง W
  • เป็นบทสนทนา ไม่ใช่แบบฟอร์ม ไม่ต้องถามครบทุกข้อ และวนกลับได้ เช่น เห็นความจริงแล้วค่อยปรับเป้าให้สมจริง

อ่านต่อ: หลัก SMART · โมเดล LEAPS · 4 ขั้นปลุกไฟพนักงาน