ข้ามไปยังเนื้อหา

หมวดที่ 1เรื่องที่ 34 จาก 38หน้า 063

จับประเด็นสำคัญได้อย่างรวดเร็ว: เทคนิคการอ่านแบบ RIA

อ่านมากแต่ใช้ไม่ได้ มักเป็นเพราะหยุดแค่ “อ่านจบ” เทคนิค RIA แบ่งการอ่านแต่ละตอนเป็น 4 ขั้น: R กับ I ช่วยจับประเด็นให้เร็ว ส่วน A1 กับ A2 พาประเด็นนั้นไปใช้กับงานจริง
RIA: 4 ขั้นจากหนังสือสู่งาน

จากอ่านรู้ สู่ลงมือทำ

  1. R อ่านทีละตอนReading

    ตอนสั้น ๆ เฉพาะส่วนที่สำคัญหรือใช้ได้จริง

  2. I แปลเป็นคำเราInterpretation

    สรุปใจความด้วยคำของตัวเองใน 1–3 ประโยค

  3. A1 เทียบกับเรื่องเราAppropriation · past

    เคยเจอเรื่องแบบนี้ไหม ตอนนั้นทำอย่างไร ได้ผลอย่างไร

  4. A2 ใช้กับงานเราAppropriation · future

    จะใช้เมื่อไร กับใคร ก้าวแรกคืออะไร

Appropriation แปลว่า นำมาใช้เป็นของเรา · RIA เป็นวิธีอ่านของ Zhao Zhou นักฝึกอบรมชาวจีน

  • เลือกแค่ 1–2 ตอนต่อบท เอาตอนที่ตรงกับปัญหาที่คุณเจออยู่ ไม่ต้องขีดเส้นใต้ทั้งเล่ม
  • จด I, A1, A2 ทันทีที่อ่านจบตอน แปะโน้ตไว้ที่หน้านั้น หรือจดในมือถือก็ได้
  • A2 ต้องเล็กพอจะเริ่มในสัปดาห์นี้ ถ้ายังบอกไม่ได้ว่าจะทำอะไร กับใคร เมื่อไร ก็ยังเป็นแค่ความตั้งใจ

ตัวอย่าง: คุณกิ่ง PO ระบบเงินเดือน อ่านหนังสือเรื่องการสัมภาษณ์ลูกค้า เจอตอนสั้น ๆ ที่บอกว่าคำตอบเรื่องอนาคตเชื่อได้น้อย ให้ถามว่าครั้งล่าสุดเขาทำอะไรจริง (R) เธอสรุปว่า “ถามสิ่งที่เขาทำจริงครั้งล่าสุด ไม่ใช่ถามว่าจะใช้ไหม” (I) แล้วนึกถึงไตรมาสก่อน เธอถามบริษัทลูกค้า 10 แห่งว่า “ถ้ามีหน้าจัดตารางกะล่วงหน้า จะใช้ไหม” ทุกแห่งตอบว่าใช้ ทีมจึงทำไป 2 สปรินต์ แต่ตอนนี้มีบริษัทลูกค้าใช้จริงแค่ 6% (A1) คืนนี้เธอจึงเขียนคำถามสำหรับนัดคุยลูกค้า 5 รายสัปดาห์หน้า โดยเปิดด้วย “เดือนที่แล้วจัดกะกันอย่างไร ใช้เวลากี่ชั่วโมง ติดตรงไหน” (A2)

เธอส่งตอนนั้นต่อให้ BA ที่กำลังเตรียมประชุมเก็บความต้องการระบบเคลมออนไลน์กับลูกค้าบริษัทประกัน BA ก็ใช้กฎเดียวกัน คือให้เจ้าหน้าที่ของลูกค้าเล่าเคสเคลมจริงเมื่อวาน แทนการถามว่าอยากได้อะไร

อ่านต่อ: เทคนิคไฟน์แมน · พีระมิดการเรียนรู้