ข้ามไปยังเนื้อหา

หมวดที่ 2เรื่องที่ 48 จาก 86หน้า 123

พนักงานแบบไหนที่ควรค่าแก่ความไว้วางใจ

คนเก่งที่สุดไม่ใช่คนที่หัวหน้ากล้าฝากงานสำคัญเสมอไป สมการความไว้วางใจ อธิบายว่า ความไว้วางใจเกิดจาก 3 อย่างที่บวกกัน แล้วถูก หาร ด้วยการยึดประโยชน์ตนเอง
สมการความไว้วางใจ (Trust Equation)
Tความไว้วางใจ
ยิ่งมาก ยิ่งดี
C + R + I
  • C น่าเชื่อถือ: พูดจริง
  • R พึ่งพาได้: ทำจริง
  • I สนิทใจ: เก็บเป็น
ยิ่งมาก ยิ่งแย่
Sยึดประโยชน์ตนเอง
  • เอาหน้า
  • โยนความผิด
  • ปิดข้อมูล

นำมาปรับใช้จาก The Trusted Advisor (Maister, Green & Galford, 2000) ซึ่งเดิมเขียนถึงที่ปรึกษากับลูกค้า

ตัวอย่าง: PM โปรเจกต์ระบบขอสินเชื่อออนไลน์ของธนาคาร มูลค่า 12 ล้านบาท ต้องเลือก Tech Lead ที่จะคุยกับลูกค้าโดยตรง ระหว่างคุณเบลกับพี่ก้อย คุณเบลเขียนโค้ดเก่งที่สุดในทีม แต่ตอนส่งงานท้ายสปรินต์มักเล่าผลงานของทีมเหมือนทำคนเดียว พี่ก้อยเก่งรองลงมา แต่ส่งงานตรงเวลาเสมอ และเคยโทรบอก PM เองภายใน 10 นาที หลังตั้งค่าผิดบนระบบที่ธนาคารใช้ทดสอบรับงาน (UAT) PM เลือกพี่ก้อย เพราะมั่นใจว่าถ้ามีปัญหา ตัวเองจะได้รู้ก่อนฝ่ายไอทีของธนาคารโทรมา

ใช้ได้ทั้งหัวหน้าที่ต้องเลือกคน และคุณเองที่อยากได้รับความไว้วางใจ

  • งานเล็กส่งตรงเวลาทุกครั้ง (R) งานเล็กคือบททดสอบก่อนได้งานใหญ่
  • บอกข่าวร้ายก่อนถูกถาม (C) หัวหน้าไม่ต้องไปรู้จากคนอื่น
  • กล้าพูดว่า “ยังไม่รู้ ขอเช็กก่อน” (C) แทนการเดาให้ดูเก่ง
  • เก็บเรื่องที่ได้ยินไว้กับตัว (I) เช่น ราคาที่เสนอลูกค้า หรือแผนขึ้นราคาระบบเงินเดือน ไม่หลุดออกนอกห้อง
  • ยกเครดิตให้เพื่อนร่วมทีม (S ต่ำ) ไม่เก็บคำชมไว้คนเดียว

อ่านต่อ: ลูกน้องที่ผู้นำยอมรับ · พนักงานที่ผู้นำไม่อยากเสีย · รายงานเพื่อสร้างความไว้วางใจ