หมวดที่ 1เรื่องที่ 5 จาก 38หน้า 020
แก้ปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพ: กระบวนการ 8 ขั้นตอน แบบโตโยต้า
- ขั้นที่ 1: ระบุปัญหาให้ชัดPlanClarify the problem
ปัญหาคือ ช่องว่าง ระหว่างภาพที่ควรเป็นกับสภาพจริง
- ขั้นที่ 2: แตกปัญหาให้ย่อยPlanBreak down the problem
แยกปัญหาให้เล็กลง ไปดูหน้างานว่าเกิดที่จุดไหน
- ขั้นที่ 3: ตั้งเป้าหมายPlanSet a target
จะลดหรือเพิ่มเท่าไร ภายในเมื่อไร วัดเป็นตัวเลข
- ขั้นที่ 4: หาสาเหตุรากPlanAnalyze the root cause
หาต้นตอที่ทำให้ปัญหาเกิด ไม่หยุดแค่อาการ
- ถาม “ทำไม” ซ้ำ ๆ จากข้อเท็จจริงหน้างาน
- หยุดเมื่อเจอจุดที่แก้แล้วปัญหาไม่กลับมา
- ขั้นที่ 5: คิดมาตรการแก้PlanDevelop countermeasures
คิดหลายทาง เลือกทางที่แก้ที่ราก แล้ววางแผนว่าใครทำอะไร เสร็จเมื่อไร
- ขั้นที่ 6: ลงมือตามมาตรการDoSee countermeasures through
ทำให้เร็ว ทำเป็นทีม และแจ้งความคืบหน้าเป็นระยะ
- ขั้นที่ 7: ติดตามผลและกระบวนการCheckMonitor results and processes
ดูทั้งตัวเลขผลลัพธ์ และดูว่าทำตามวิธีที่ตกลงไหม
- ขั้นที่ 8: ทำให้เป็นมาตรฐานActStandardize successful processes
ล็อกวิธีที่ได้ผลไว้ ส่งต่อให้ทีมอื่น แล้วเริ่มรอบใหม่
โตโยต้าเรียกวิธีนี้ว่า Toyota Business Practices (TBP) · สีน้ำเงินคือวางแผน 5 ขั้น สีเขียวคือลงมือ 3 ขั้น
ขุดให้ถึงราก
หัวข้อที่มีชื่อว่า “ขุดให้ถึงราก”ถ้าแก้แค่อาการ ปัญหาจะกลับมาอีก ขั้น 4 จึงสำคัญมาก โตโยต้ายึดหลัก Genchi Genbutsu คือไปดูของจริงที่หน้างานจริง แล้วใช้ 5 Whys ถาม “ทำไม” กับคำตอบก่อนหน้าทีละชั้น สำหรับทีมซอฟต์แวร์ หน้างานจริงคือเรื่องแจ้งปัญหา (ticket) บันทึกการขึ้นระบบ และหน้าจอของผู้ใช้ ลองดูตัวอย่างจากทีมระบบเงินเดือนของบริษัทเรา ที่ทีมซัพพอร์ตนัดบริษัทลูกค้าไว้ว่าจะแก้บั๊กให้ภายใน 2 วัน
30% ของบั๊กที่นัดไว้ ถึงมือผู้ใช้ช้า
โค้ดเสร็จทัน แต่ขึ้นระบบจริงช้า 1–2 วัน
DevOps ต้องรอคำขอขึ้นระบบที่อนุมัติแล้ว
คำขอค้างรอ CTO อนุมัติ
CTO อนุมัติรวบวันละครั้งตอนเย็น
กฎให้ CTO อนุมัติทุกงาน แม้แก้บรรทัดเดียว คำขอจึงล้นมือ
- 1อาการ
30% ของบั๊กที่นัดไว้ ถึงมือผู้ใช้ช้า
- 2ทำไมถึงช้า
โค้ดเสร็จทัน แต่ขึ้นระบบจริงช้า 1–2 วัน
- 3ทำไมขึ้นช้า
DevOps ต้องรอคำขอขึ้นระบบที่อนุมัติแล้ว
- 4ทำไมอนุมัติช้า
คำขอค้างรอ CTO อนุมัติ
- 5ทำไมค้างรอ
CTO อนุมัติรวบวันละครั้งตอนเย็น
- 6ทำไมอนุมัติรวบ
กฎให้ CTO อนุมัติทุกงาน แม้แก้บรรทัดเดียว คำขอจึงล้นมือ
สาเหตุราก: เกณฑ์อนุมัติไม่แยกตามความเสี่ยงของงาน
รากที่เจอคือ กฎ ไม่ใช่ตัว CTO ถ้าหยุดแค่ “CTO อนุมัติช้า” ทางแก้จะเหลือแค่ตำหนิคน แล้วปัญหาก็กลับมา
เลข 5 เป็นแค่ตัวเลขจำง่าย บางเรื่องถาม 3 ครั้งก็ถึงราก บางเรื่องต้องถามเกิน 5 ครั้ง ในขั้น 2 ใช้ 5W2H ช่วยบรรยายปัญหาให้ครบ และในขั้น 4 ใช้ 5M1E ไล่หาสาเหตุให้ครบทุกด้าน
ตัวอย่าง: แก้บั๊กไม่ทันนัด
หัวข้อที่มีชื่อว่า “ตัวอย่าง: แก้บั๊กไม่ทันนัด”เรื่องเดียวกันเมื่อเดินครบ 8 ขั้น
- ขั้น 1–3: บั๊ก 30% ที่ทีมซัพพอร์ตนัดบริษัทลูกค้าไว้ ถึงมือผู้ใช้ช้ากว่านัด ทีมเปิด ticket ไล่ดูทีละช่วง พบว่านักพัฒนาแก้โค้ดเสร็จตามเวลา แต่รอขึ้นระบบจริงนาน จึงตั้งเป้าลดบั๊กที่แก้ไม่ทันนัดเหลือ 10% ภายใน 2 เดือน
- ขั้น 4–5: เจอรากแล้วจึงแก้ที่กฎ ไม่ใช่เร่ง CTO: งานเล็กที่ไม่แตะสูตรคำนวณเงิน ให้ Tech Lead อนุมัติขึ้นระบบได้ทันที งานที่แตะสูตรคำนวณเงิน ให้ CTO อนุมัติในระบบภายใน 2 ชั่วโมง
- ขั้น 6–7: ใช้จริง 6 สัปดาห์ (3 สปรินต์) บั๊กที่แก้ไม่ทันนัดเหลือ 8% และตรวจว่างานที่แตะสูตรได้รับอนุมัติภายใน 2 ชั่วโมงจริง
- ขั้น 8: เขียนเป็นแนวทางการขึ้นระบบ ส่งต่อให้ทีมที่ดูแลระบบนัดหมายของลูกค้าเครือโรงพยาบาลเอกชนภายใต้สัญญาดูแลระบบ (MA) แล้วหยิบปัญหาถัดไปมาเริ่มรอบใหม่
ข้อควรระวัง
หัวข้อที่มีชื่อว่า “ข้อควรระวัง”- อย่ากระโดดจากขั้น 1 ไปขั้น 5 คิดทางแก้ก่อนรู้ราก มักได้มาตรการที่แก้แค่อาการ
- อย่าเดาจากโต๊ะ แดชบอร์ดบอกว่ามีปัญหา แต่ ticket จริงบอกว่าปัญหาเกิดตรงไหน
- หาช่องโหว่ ไม่ใช่หาคนผิด ถามว่าขั้นตอนไหนเปิดช่องให้พลาด ถ้ากลัวถูกโทษ คนจะเงียบ
- ขั้น 7 ดูวิธีทำด้วย ถ้าตัวเลขดีขึ้นแต่ไม่ได้ทำตามวิธีที่ตกลง อาจเป็นแค่โชค และผลมักอยู่ได้ไม่นาน
อ่านต่อ: วงจร PDCA · การวิเคราะห์ 5W2H · 10 วิธีคิดเชิงลึก