ข้ามไปยังเนื้อหา

หมวดที่ 1เรื่องที่ 20 จาก 38หน้า 046

มุ่งเป้าหมายและขับเคลื่อนการลงมือทำ: เครื่องมือ OKR

OKR แยกเป้าหมายเป็นสองส่วนที่ทำงานคู่กัน: O บอกว่าอยากไปถึงไหน (ปลุกใจ) และ KR บอกว่าไปถึงหรือยัง (วัดเป็นตัวเลข)
O 1 ข้อ → KR 3 ข้อ → แผนงาน
O: ลูกค้าโปรเจกต์อยากกลับมาทำงานกับเราอีก

วัตถุประสงค์ไตรมาสนี้ของทีมโปรเจกต์ลูกค้า

  • วัดด้วย
    KR1 ผ่านรอบแรก

    โมดูลที่ลูกค้าทดสอบรับงาน (UAT) ผ่านในรอบแรก 50% → 80%

    • ให้ลูกค้าดูงานทุกสปรินต์
    • QA ร่วมเขียนเกณฑ์รับงานตั้งแต่ต้น
  • วัดด้วย
    KR2 ส่งตามนัด

    งวดงานที่ส่งตรงวันนัด 60% → 90%

    • ให้คนที่ทำจริงเป็นคนประมาณการเวลา
  • วัดด้วย
    KR3 ลูกค้าจ้างต่อ

    ลูกค้าเดิมที่จ้างเราทำเฟสใหม่หรือโปรเจกต์ใหม่ 2 → 4 ราย

    • ส่งรายงานสถานะรายเดือนแบบหน้าเดียว

สีน้ำเงินคือทิศทาง สีเขียวคือผลลัพธ์ที่วัดได้ กล่องสีขาวคือสิ่งที่ลงมือทำเพื่อให้ KR ขยับ

ถ้าเขียน KR เป็นงานที่ต้องทำ ทีมอาจปล่อยฟีเจอร์ได้ครบ แต่ร้านที่ใช้แอปจองคิวก็ไม่ได้เปิดแอปบ่อยขึ้นเลย KR ที่ดีจึงต้องเป็น ตัวเลขที่บอกว่าผลเปลี่ยนไปแค่ไหน และเขียนให้ครบตาม หลัก SMART

KR แบบกิจกรรม
KR แบบผลลัพธ์
KR แบบกิจกรรมจัดอบรมเขียนกรณีทดสอบ 3 ครั้ง
KR แบบผลลัพธ์บั๊กที่ลูกค้าเจอตอน UAT 40 → 15 เรื่องต่อโมดูล
KR แบบกิจกรรมปล่อยฟีเจอร์ใหม่ในแอปจองคิว 6 ฟีเจอร์
KR แบบผลลัพธ์ร้านที่เปิดใช้แอปทุกสัปดาห์ 60% → 75%
KR แบบกิจกรรมทำแชตบอตตอบคำถามในระบบเงินเดือนให้เสร็จ
KR แบบผลลัพธ์เรื่องแจ้งปัญหา (ticket) ต่อบริษัทลูกค้า 3 → 1.5 เรื่องต่อเดือน

OKR เริ่มที่ Intel โดย Andy Grove และแพร่หลายเมื่อ John Doerr นำไปใช้ที่ Google จังหวะที่นิยมใช้คือ

  • ตั้งรายไตรมาส O ไม่เกิน 3–5 ข้อ แต่ละ O มี KR 2–5 ข้อ (นิยม 3 ข้อ)
  • เช็กอินทุกสัปดาห์ ใช้ 10 นาทีต่อท้ายประชุมทีมวันจันทร์ ดูว่าตัวเลขไหนขยับ ตัวไหนติด
  • ให้คะแนน 0.0–1.0 ตอนจบรอบ เป้าท้าทายได้ 0.6–0.7 ถือว่าดี ถ้าได้ 1.0 ทุกครั้งแปลว่าตั้งง่ายไป
  • เปิดให้ทุกคนเห็น และเชื่อม OKR ของทีมเข้ากับ OKR ของบริษัท
  • ไม่ผูกกับโบนัสโดยตรง คนจะกล้าตั้งเป้าสูงและรายงานตัวเลขตามจริง

อ่านต่อ: หลัก SMART · กลยุทธ์ 3 ขั้นสู่ผลลัพธ์ · ขับเคลื่อนเป้าหมายด้วยผลลัพธ์